วิธีคิด

Business

เราสร้างฐานความรู้สำหรับบริษัทอย่างไร

<p>เราสร้างฐานความรู้สำหรับบริษัทอย่างไร</p>

ในการบริหารทีม Digital ให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว หนึ่งในรากฐานที่มักถูกมองข้ามคือการสร้าง Knowledge Base ที่ดี ความรู้ที่กระจัดกระจายอยู่ในหัวของแต่ละคนหรือใน Chat ที่ไม่มีใครกลับไปค้นหาอีก คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทีมต้องแก้ปัญหาเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่จำเป็น SUFFIX จึงสร้างระบบ Knowledge Base ไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ความรู้ของทีมสะสมและเข้าถึงได้จริง ไม่ใช่แค่อยู่ในความจำของใครคนใดคนหนึ่ง

คำถามแรกก่อนที่จะสร้างฐานความรู้ (Knowledge Base) คือเราจะสร้างไปเพื่ออะไร
- บันทึกขั้นตอนและวิธีการทำงาน
- บันทึกวิธีการแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
- เพิ่มแหล่งที่มาของวิธีการทำงานและวิธีการแก้ปัญหาหลากหลาย เพราะข้อมูลทั้งหมดถูกรวบรวมมาจากทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

คำถามต่อมาคือเราสร้างไปเพื่อใคร ในกรณีนี้เราสร้างเพื่อใช้งานภายใน SUFFIX ดังนั้นการสร้างฐานความรู้ การบันทึก และการเรียบเรียงข้อมูล เราจะเลือกแบ่งข้อมูลสำหรับแต่ละทีมและแยกประเภท ดังนี้
- การบริหารจัดการ (Operation & Management) สำหรับทีมประสานงาน (Account Executive)
- การออกแบบ (Design) สำหรับทีมออกแบบ (UI/UX Designer, Graphic Designer)
- เทคโนโลยี (Tech Development) สำหรับทีมพัฒนา (Front-end Developer, Back-end Developer, Software Tester)
- การตลาด (Marketing) สำหรับทีมการตลาด (Strategic Planner, Media Planner, Media Optimizer, Content Editor)

โดยในรายละเอียดหัวข้อก็จะประกอบไปด้วยกรอบวิธีคิด (Framework) แหล่งข้อมูล (Resource) กรณีศึกษา(Use-cases) และหลักการทำงาน (Principle)

 

SUFFIX บันทึกข้อมูลสำหรับ Knowledge Base อย่างไร?

เรื่องของการสื่อสารภายในโดยใช้ตัวอักษรเป็นสิ่งที่ SUFFIX ทำมาตั้งแต่ต้น (ปี 2010) ซึ่งทุกการสื่อสารด้วยตัวอักษรไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารภายในองค์กรผ่านซอฟแวร์ต่าง ๆ (Communication Tools) เช่น Basecamp, Teamwork, Slack, Asana, Google Chat รวมถึง Email ซึ่งเป็นการสื่อสารกับลูกค้าไปจนถึงทีมที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่บริษัทซอฟต์แวร์ที่ลูกค้าใช้บริการ หรือ Supplier ในส่วนของการดำเนินงาน โดยตอนที่เรารวบรวมข้อมูลทั้งหมดค่อนข้างจะใช้เวลา เพราะต้องมีการ Log-in เข้าไปดูข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์มที่ SUFFIX เคยใช้งาน และรวบรวม Log ทั้งหมดออกมาแยกตามประเภทและเรียบเรียงใหม่

ส่วนของข้อมูลในรูปแบบอื่น เช่น เสียง รูปภาพ เราจะบันทึกและเรียบเรียงไว้ใน Google Drive

 

การเรียบเรียงข้อมูล

แยกข้อมูลอิงตามทีมงาน (Business Unit) เพื่อให้แต่ละทีมเข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเองได้ทันที โดยไม่ต้องคัดกรองข้อมูลจากทีมอื่น

กรณีศึกษา (Use-cases) เกิดจากการสื่อสารใน Communication Tools รวมไปถึงการประชุมทุกสัปดาห์ในแต่ละทีม ทุกครั้งที่ทีมแก้ปัญหาที่น่าสนใจหรือเจอสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน จะถูกบันทึกไว้เป็น Use-Case เพื่อให้ทีมสามารถอ้างอิงได้เมื่อเจอสถานการณ์คล้ายกันในอนาคต

กรอบความคิด (Framework) ส่วนนี้จะเกิดจากการศึกษาเกี่ยวกับวิธีคิดแบบต่าง ๆ ในการคิดงาน การทำงาน หรือการประสานงาน จะถูกบันทึกไว้เพื่อเป็นทางเลือกหรือการสร้างวิธีคิดที่หลากหลายเมื่อเกิดปัญหาในการทำงานหรือการประสานงาน

กรอบความคิดการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบอย่างเป็นระบบ (Design System) สำหรับทีมออกแบบ หรือการเลือกเทคโนโลยีสำหรับทีมพัฒนาเว็บ จะอยู่ในส่วนนี้

หลักการทำงาน (Principle) ส่วนนี้จะเป็นหลักการทำงานซึ่งเกิดขึ้นจากขั้นตอนการทำงาน เช่น การทำงานแบบ Remote ของ SUFFIX และ Use-Cases ที่เกิดขึ้นซ้ำ เมื่อ Pattern เดิมปรากฏหลายครั้งพอ ก็จะถูกยกระดับขึ้นมาเป็น Principle ที่ทั้งทีมยึดถือร่วมกัน

 

ควรเลือกซอฟแวร์สำหรับ Knowledge Base อย่างไร?

เราเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่สามารถกำหนด Permission ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบปิด (Private) สำหรับภายใน หรือระบบเปิด (Public) สำหรับทีมงานใหม่ที่กำลังจะเข้ามาทำงานแต่อยากศึกษางานก่อนที่จะเริ่มงาน

ฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่จำเป็น ได้แก่ สามารถค้นหาได้ง่าย (Search) สามารถเพิ่ม/แก้ไข/ลบ (Add/Edit/Remove) ได้ รวมถึงรองรับข้อมูลได้หลายรูปแบบ

ปัจจุบัน SUFFIX ใช้ Notion เป็นหลักในการรวบรวมฐานความรู้ของบริษัท เพราะ Notion ตอบโจทย์ทุก Criteria ที่วางไว้ ทั้งการกำหนด Permission แบบ Page-level, ระบบ Search ที่ครอบคลุมทุก Content Type, การรองรับข้อมูลหลายรูปแบบทั้ง Text, Table, Embed และ Database รวมถึงการ Link ข้ามหน้าเพื่อเชื่อมโยงความรู้จากหลายทีมเข้าหากันได้อย่างเป็นระบบ

 

สรุป

"ความรู้ของคนเราเพิ่มขึ้นเสมอ แต่ในขณะเดียวกันความจำมีจำกัดและเมื่อนานวันเข้าอาจจะเป็นความจำที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง หรือกระทั่งเกิดอคติ ความรู้และข้อมูลของบริษัทก็เช่นกัน"

Knowledge base คือวิธีที่ SUFFIX แก้ปัญหานี้โดยตรง ด้วยการเปลี่ยนความรู้ที่อยู่ในหัวคนให้กลายเป็นระบบที่ทุกคนเข้าถึงและต่อยอดได้ร่วมกัน และยิ่งทีมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ฐานความรู้นั้นก็จะยิ่งแม่นยำและมีประโยชน์มากขึ้นตามเวลา

คำถามที่พบบ่อย

ทีมเล็กที่มีคนไม่กี่คนควรเริ่มสร้าง Knowledge Base ไหม?
ควรเริ่มตั้งแต่ต้น เพราะการสร้าง Knowledge Base ทีหลังเมื่อทีมใหญ่ขึ้นแล้วจะยากกว่ามาก เริ่มด้วยสิ่งที่ง่ายที่สุดก่อน เช่น บันทึกวิธีแก้ปัญหาที่เจอครั้งแรก หรือ Checklist ของขั้นตอนงานที่ทำซ้ำบ่อย แค่นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว
Notion เหมาะกับการสร้าง Knowledge Base แบบไหน?
Notion เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ Knowledge Base ที่ยืดหยุ่น รองรับข้อมูลหลายรูปแบบ และต้องการ Link ความรู้ข้ามทีมได้ ข้อดีคือ Setup ได้เร็ว ไม่ต้องใช้ทักษะ Technical สูง และมี Free Tier สำหรับทีมเล็ก ข้อควรระวังคือถ้าไม่วาง Structure ให้ดีตั้งแต่ต้น Database อาจขยายจนจัดการยากในระยะยาว
ข้อมูลประเภทไหนควรเก็บใน Knowledge Base บ้าง?
ควรเก็บข้อมูลที่มีโอกาสถูกใช้ซ้ำและมีประโยชน์กับคนมากกว่าหนึ่งคน เช่น วิธีแก้ปัญหาที่เคยเจอ, Process ของงานที่ทำเป็นประจำ, Template, Framework ที่ทีมใช้ และข้อตกลงร่วมกันของทีม ข้อมูลที่ไม่ควรเก็บคือข้อมูลที่ Outdated เร็วมากหรือ Specific เกินไปจนไม่มีประโยชน์กับคนอื่น
จะรู้ได้อย่างไรว่า Knowledge Base ที่สร้างไว้ใช้งานได้จริง?
วัดได้จากพฤติกรรมของทีม ถ้าสมาชิกเปิด Knowledge Base ก่อนถามเพื่อนร่วมงาน หรือใช้เป็น Reference ในการทำงานประจำ แสดงว่า Knowledge Base นั้นมีคุณค่าจริง ถ้าทีมยังถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ อยู่ อาจหมายความว่าข้อมูลยังหาไม่ง่ายพอหรือยังไม่ครอบคลุมสิ่งที่ทีมต้องการจริง ๆ

Share

เขียนโดย
Director

เจตน์ เศรษฐฐิติ