วิธีคิด

Business

ข้อเสนอแนะ vs ความคิดเห็น: วิธีแยกผลตอบรับเพื่อพัฒนางาน

<p>ข้อเสนอแนะ vs ความคิดเห็น: วิธีแยกผลตอบรับเพื่อพัฒนางาน</p>

Feedback และ Opinion คือผลตอบรับสองประเภทที่มีลักษณะต่างกันอย่างชัดเจน โดย Feedback ชี้ไปที่ปัญหาหรือกระบวนการที่สามารถนำไปแก้ไขได้ทันที ในขณะที่ Opinion คือมุมมองส่วนตัวที่ต้องผ่านการตั้งคำถามก่อนนำไปดำเนินการ การแยกแยะทั้งสองอย่างนี้เป็นทักษะพื้นฐานในการทำงานที่ช่วยให้การออกแบบ การวางกลยุทธ์ และการพัฒนา Digital Product เป็นไปอย่างมีทิศทาง

"ยังดูไม่โมเดิร์น" "อยากปรับแผนการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น" "เว็บ/แอป โหลดช้า"

เชื่อว่าคนทำงานหลายคนคงเคยได้ยินประโยคเหล่านี้ ซึ่งหากมองเผิน ๆ อาจเป็นคำติชมทั่วไป แต่เราควรแยกผลตอบรับและความเห็นที่ได้จากกระบวนการทำงาน รวมถึงผลลัพธ์ในการทำงานร่วมกับลูกค้าของเรา (Client) และผู้บริโภคของลูกค้า (Consumer) ซึ่งสามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ข้อเสนอแนะ (Feedback) และความคิดเห็น (Opinion)

 

ข้อเสนอแนะ (Feedback) กับ ความคิดเห็น (Opinion) ต่างกันอย่างไร?

ข้อเสนอแนะ (Feedback) คือการตอบสนองต่อกระบวนการทำงานหรือผลลัพธ์ของงาน ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานและผลลัพธ์ของงานต่อไปได้ รวมถึงช่วยให้เราตั้งคำถามจากสิ่งที่ได้รับมา เช่น เราทำอะไรที่ผิดขั้นตอนหรือไม่ ถ้าทำผิดแล้วอะไรคือทางที่ถูก ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากความไม่เข้าใจตรงจุดไหน เพื่อให้เราเรียนรู้และหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีขึ้น

Feedback ที่ดีมักมีลักษณะเฉพาะเจาะจง ชี้ไปที่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง และสามารถนำไปตั้งคำถามต่อได้ทันที เมื่อเราได้รับ Feedback สิ่งสำคัญคือการไม่ตอบสนองด้วยอารมณ์ แต่ใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นในการวิเคราะห์และปรับปรุงงาน

 

ความคิดเห็น (Opinion) เป็นเรื่องของมุมมองหรือการตัดสินเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างโดยไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงหรือข้อมูล ประโยชน์ที่ได้จากความคิดเห็นคือเราสามารถนำไปใช้วิเคราะห์พฤติกรรม รวมไปถึงการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ที่แสดงความคิดเห็น รวมไปถึงวิเคราะห์อารมณ์ได้

สิ่งที่ต้องระวังสำหรับ Opinion คือการอย่านำไปดำเนินการต่อโดยตรงโดยที่ยังไม่ได้ขุดหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะ Opinion มักเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามที่ดี ไม่ใช่คำตอบที่พร้อมใช้งาน การทำความเข้าใจว่าผลตอบรับชิ้นไหนคือ Opinion จะช่วยให้เราวางแผนขั้นตอนถัดไปได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการทำ User Research, การขอข้อมูลเพิ่มเติมจากลูกค้า หรือการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว

 

จากตัวอย่าง

 

"ยังดูไม่โมเดิร์น"

ถ้าความเข้าใจของเราและลูกค้าตรงกัน การออกแบบยุคโมเดิร์นคือช่วง Mid-Century ซึ่งเป็นยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม 40's–60's ลักษณะงานหรือจุดประสงค์ของงานที่เราทำอยู่ มีส่วนเกี่ยวข้องยังไงกับยุคสมัยนั้นหรือไม่

ในกรณีนี้เราแยก "ยังดูไม่โมเดิร์น" เป็นความคิดเห็น ในความหมายของการตีความมุมมองที่อาจจะยังดูไม่ทันสมัย ซึ่งจะนำไปสู่การคุยกันเพิ่มเติมว่างานชิ้นนี้ควรจะปรับไปในทิศทางไหน ก่อนที่จะเริ่มแก้ไขใด ๆ

 

"อยากปรับแผนการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น"

ประโยคนี้ฟังดูเหมือนมีทิศทางชัดเจน แต่ถ้าพิจารณาดูจริง ๆ จะพบว่ายังขาดข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง ไม่มีการระบุว่ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการปรับนั้นคือใคร พฤติกรรมของพวกเขาเป็นอย่างไร หรือแผนการตลาดเดิมที่มีอยู่นั้นพลาดไปตรงจุดไหน

ดังนั้นในกรณีนี้เราจึงแยกประโยคนี้เป็นความคิดเห็น เพราะยังไม่มีข้อมูลรองรับว่า "ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น" หมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ สิ่งที่ต้องทำคือขุดหาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ข้อมูล Insight ของกลุ่มเป้าหมาย ผลการวิเคราะห์แคมเปญก่อนหน้า หรือการทำ User Research เพื่อให้ความคิดเห็นนี้กลายเป็นข้อเสนอแนะที่นำไปดำเนินการได้จริง

 

"เว็บ/แอป โหลดช้า"

ประโยคนี้แตกต่างจากสองประโยคก่อนหน้าอย่างชัดเจน เพราะชี้ไปที่ปัญหาเฉพาะที่สามารถวัดผลและแก้ไขได้ทันที เราจึงแยกประโยคนี้เป็นข้อเสนอแนะ

เมื่อรู้ว่านี่คือ Feedback สิ่งที่ต้องทำถัดไปคือการตั้งคำถามเพื่อหาต้นตอของปัญหา เช่น โหลดช้าในหน้าไหน ช้าบนอุปกรณ์ประเภทใด หรือเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด จากนั้นจึงสามารถวิเคราะห์และแก้ไขได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับ Server Performance ลดขนาดไฟล์ภาพ หรือปรับโครงสร้างโค้ดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่ประโยคนี้ระบุอาการได้ชัดเจนทำให้ทีมสามารถเริ่มทำงานได้เลยโดยไม่ต้องตีความเพิ่มเติมมากนัก ซึ่งนั่นคือคุณค่าหลักของการได้รับ Feedback ที่ดี

 

ทำไมการแยก Feedback กับ Opinion ถึงสำคัญ

การฝึกแยกแยะผลตอบรับออกเป็น Feedback และ Opinion ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดหมวดหมู่ แต่เป็นทักษะที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การวางกลยุทธ์การตลาด การพัฒนา Digital Product หรือการบริหารโปรเจกต์ เมื่อเรารู้ว่าสิ่งที่ได้รับมาคืออะไร เราถึงจะสามารถเลือกขั้นตอนถัดไปได้อย่างถูกต้อง แทนที่จะรีบแก้ปัญหาที่ยังไม่ได้นิยามให้ชัดเจน การลงมือแก้ไขจาก Opinion ที่ยังไม่ผ่านการตั้งคำถามอาจทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น

เมื่อเราแยกประเภทของผลตอบรับออกเป็นข้อเสนอแนะ (Feedback) และความคิดเห็น (Opinion) ได้อย่างชัดเจน เราจะสามารถพัฒนากระบวนการทำงานและผลลัพธ์ของงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงทำความเข้าใจมุมมองซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูล (Data) และ Insight ได้ดียิ่งขึ้น และสามารถประเมินอารมณ์หรือความรู้สึกได้แม่นยำขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบประสบการณ์ให้กับลูกค้า (Customer Experience) ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ SUFFIX ทำอยู่เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

Feedback กับ Opinion ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ?
Feedback คือผลตอบรับที่ชี้ไปที่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและสามารถนำไปแก้ไขหรือปรับปรุงได้ทันที เช่น "เว็บโหลดช้า" ในขณะที่ Opinion คือมุมมองส่วนตัวที่ยังขาดข้อมูลรองรับ เช่น "ยังดูไม่โมเดิร์น" ซึ่งต้องผ่านการตั้งคำถามและขุดหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะนำไปดำเนินการได้
ควรทำอะไรเมื่อได้รับ Opinion จากลูกค้า?
อย่านำ Opinion ไปดำเนินการต่อทันที ให้ใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถาม เช่น ทำ User Research เพิ่มเติม ขอข้อมูลเฉพาะเจาะจงจากลูกค้า หรือวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ Opinion นั้นกลายเป็น Feedback ที่ชัดเจนและนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด
การแยก Feedback กับ Opinion ช่วยงาน UX Design อย่างไร?
ในงาน UX design การแยกแยะผลตอบรับช่วยให้ทีมออกแบบรู้ว่าควรแก้ไขอะไรทันที และอะไรที่ยังต้องวิจัยเพิ่มเติม ทำให้ไม่เสียเวลาออกแบบซ้ำจาก Opinion ที่ยังไม่ชัดเจน และช่วยให้การตัดสินใจออกแบบมีพื้นฐานจากข้อมูลจริงมากกว่าความรู้สึก
Feedback ที่ดีมีลักษณะอย่างไร?
Feedback ที่ดีมีสามลักษณะหลัก ได้แก่ มีความเฉพาะเจาะจง (ระบุได้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน), อ้างอิงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง (ไม่ใช่ความรู้สึก), และสามารถนำไปตั้งคำถามต่อได้ทันที เพื่อหาต้นตอและแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน

Share

เขียนโดย
Director

เจตน์ เศรษฐฐิติ