วิธีคิด
Business
เทคนิคการสื่อสารภายในทีม

การสื่อสารในทีม Digital ที่ดีคือหนึ่งในรากฐานสำคัญของการทำงานที่ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สำหรับทีมที่ทำงานด้าน Digital โดยเฉพาะงานที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องของทักษะ แต่เป็นเรื่องของการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถึงมือคนที่ใช่ SUFFIX จึงวางมาตรฐานการสื่อสารไว้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อให้ทุกคนในทีมทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกัน
การทำงานในแต่ละโปรเจกต์โดยที่มีหลายฝ่ายทำงานร่วมกัน สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งคือประโยคที่ว่า "ไม่มีใครบอกเรื่องนี้" ซึ่งอาจจะดูเป็นประโยคที่ธรรมดา แต่สามารถชี้ให้เราเห็นได้ว่าตอนนี้เราน่าจะกำลังประสบปัญหาเรื่องของการสื่อสารภายในทีมหรือในองค์กร การบริหารจัดการให้ทีมที่เกี่ยวข้องในการทำงานได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและมากพอในการดำเนินงาน รวมถึงการลดทอนข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้ทีมสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น เป็นงานที่ทีมประสานงานทำหน้าที่เป็นหลัก
วิธีในการจัดการข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแยกความคิดเห็นกับข้อเสนอแนะออกจากกัน ไปจนถึงการสื่อสารแบบ Fact-Based (วิธีคิดและการทำงานบนพื้นฐานของ "ข้อเท็จจริง") เป็นสิ่งที่ทีม SUFFIX ตั้งไว้เป็นมาตรฐานเพื่อให้ทุกคนในทีมสามารถยึดตามและดำเนินการได้อย่างครบถ้วน
Framework สื่อสารที่ดีคืออะไร?
ในการสื่อสารกัน นอกจากจะเลือกใช้คำที่เข้าใจง่ายเพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจตรงตามที่ต้องการแล้ว สิ่งที่ช่วยให้การสื่อสารกระชับขึ้นในการคุยงานและประสานงาน คือ Framework ดังต่อไปนี้
การสื่อสารแบบเฉพาะเจาะจง (Specific)
คือการกำหนดสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารให้ชัดเจนและเรียบง่าย เพื่อให้ทีมอื่นสามารถเข้าใจได้ การทำความเข้าใจในทีม (Empathy) ทั้งหมดก่อนว่าสื่อสารแบบไหนจะเกิดผลลัพธ์ดีที่สุด เช่น บางคนต้องใช้การพูดให้กระชับที่สุด หรือบางคนจะเข้าใจมากขึ้นถ้ามีการยกตัวอย่าง
สามารถวัดผลได้ (Measurable) โดยแยกการทำงานออกมาให้ละเอียดพอที่จะวัดผลได้ เช่น ในงานหนึ่งงานมี 10 tasks เมื่อทำงานเสร็จ 10 tasks จึงจะวัดได้ว่างานเสร็จ หรือหากทำงานไปแล้ว 5 Tasks จึงจะบอกได้ว่าทำงานเสร็จแล้วครึ่งหนึ่ง ในบริบทของงานออกแบบหรืองานพัฒนาเว็บไซต์ "วัดผลได้" อาจหมายถึงการระบุให้ชัดว่าหน้าไหนอยู่ใน Scope วันนี้ แทนที่จะบอกแค่ว่า "ทำ UI ให้เสร็จ" ซึ่งแต่ละคนอาจตีความขอบเขตต่างกัน
สำเร็จได้ (Attainable)
คือการประเมินการสื่อสารด้วยความเป็นจริงว่า สิ่งที่ต้องการจะทำ สามารถสำเร็จได้จริงหรือไม่ เช่น เวลาในการส่งงาน
ความเกี่ยวข้อง (Relevant)
คือประเด็นที่ต้องการจะสื่อสารมีส่วนเกี่ยวข้องต่อผู้รับสารอย่างไร และจะต้องดำเนินการส่วนไหนต่อ วิธีที่เร็วที่สุดคือตัดเรื่องของบุคคลที่ 3 ที่ไม่ได้อยู่ในบทสนทนาออกไป
มีการระบุเวลาหรือกรอบเวลาที่ชัดเจน (Time-based)
เพื่อให้สามารถกำหนดได้ว่าในทุก ๆ การสื่อสารจะมีข้อสรุปว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน และจะเสร็จงานส่วนที่ตนเองรับผิดชอบเมื่อไหร่ หรือจะส่งต่อไปให้ทีมอื่นทำงานต่อได้เมื่อไหร่ เพื่อให้การทำงานในโปรเจกต์เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด
SUFFIX จัดการ Communication Tools สำหรับทีม Remote อย่างไร?
นอกเหนือจากนี้ยังมีเรื่องของเครื่องมือในการสื่อสาร (Communication Tools) เนื่องจาก SUFFIX ทำงานแบบ Remote work เรามีวิธีการจัดการเครื่องมือด้วยการแยกและจัดการส่วนของข้อมูลโดยแยกตามทีมและแบ่งตามโปรเจกต์ที่รับผิดชอบ รวมถึงมีการพูดคุยกันอย่างชัดเจนว่าข้อมูลส่วนไหนต้องคุยหรือสื่อสารในช่องทางไหน เช่น การคุยส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าเป็นการอัปเดตโปรเจกต์ให้ใช้ Channel ที่เป็นของโปรเจกต์นั้น ๆ เพื่อให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องรับรู้ร่วมกันทั้งหมด
การมีกฎที่ชัดเจนว่า "อะไรคุยที่ไหน" ช่วยลด Context Switching ของทีม Remote ได้มาก เพราะทุกคนรู้ว่าต้องไปหาข้อมูลจากจุดไหน ไม่ต้องเปิดหลาย Channel เพื่อตามหาการอัปเดตที่กระจัดกระจาย ส่วนในแง่ของทีมที่มีการประชุมออนไลน์ทุกสัปดาห์ เรามีการสรุปเพื่อรวบรวมไปที่ Knowledge Base ของ SUFFIX ต่อไป
สรุป
Framework ทั้ง 5 ข้อนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทคนิคการสื่อสาร แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมทีมที่ทำให้ทุกโปรเจกต์ดำเนินได้ต่อเนื่องโดยไม่สะดุดเพราะข้อมูลขาดหาย เมื่อทุกคนในทีมรู้ว่าต้องสื่อสารอะไร กับใคร ที่ไหน และเมื่อไหร่ ประโยค "ไม่มีใครบอกเรื่องนี้" ก็จะเกิดขึ้นน้อยลงเรื่อย ๆ เอง
คำถามที่พบบ่อย
Fact-Based Communication คืออะไร และต่างจากการสื่อสารทั่วไปอย่างไร?
SMART Framework ใช้กับการสื่อสารในทีมได้อย่างไร?
ทีม Remote ควรแยก Communication Channel อย่างไร?
Knowledge base ในทีม remote ช่วยการสื่อสารได้อย่างไร?
เขียนโดย
Account Executive
ศุภสุตา เนตรรังษี