วิธีคิด

Design

คำศัพท์ต่าง ๆ ที่เรามักเจอในกระบวนการออกแบบ

<p>คำศัพท์ต่าง ๆ ที่เรามักเจอในกระบวนการออกแบบ</p>

ใน คำศัพท์ UX design ทั้งในไทยและต่างประเทศ คำศัพท์เฉพาะทางมีบทบาทสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะคำ ๆ เดียวอาจมีความหมายต่างกันในแต่ละบริบท การที่ทีมออกแบบ ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจคำเหล่านี้ตรงกันตั้งแต่ต้นโปรเจกต์ จึงเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้งานเดินหน้าได้อย่างราบรื่น บทความนี้จะแบ่งคำศัพท์ออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามขั้นตอนการทำงาน ได้แก่ กรอบวิธีคิด (Framework) และวิธีการ (Methodology)

ในโลกของคำย่อและคำศัพท์ใหม่ ๆ มากมาย เรามักจะพบว่าตัวเราเองต้องใช้คำที่หลากหลายเพื่ออธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในกระบวนการออกแบบ "การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการตามความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค" ไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่เราอาจจะต้องใช้คำศัพท์ที่แตกต่างกันเพื่ออธิบายความหมายนั้น ซึ่งคำต่าง ๆ ที่ใช้ในการอธิบายมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป หรืออาจสามารถใช้แทนกันได้ ในบทความนี้เราจะจัดกลุ่มและแยกคำศัพท์ตามขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่กรอบวิธีคิดไปจนถึงขั้นตอนในการเรียบเรียงวิธีการในการนำเสนอ

 

กรอบวิธีคิดในการออกแบบ คืออะไร?

การออกแบบที่มีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง User-centered design (UCD) หรือ การออกแบบที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง Human-centered design (HCD): การออกแบบที่เน้นผู้ใช้งานหรือมนุษย์เป็นศูนย์กลางเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ไม่ใช่การออกแบบให้ถูกใจผู้ออกแบบ เจ้าของโปรเจกต์ หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในทางปฏิบัติ กรอบคิดนี้หมายความว่าทุกการตัดสินใจด้านการออกแบบควรย้อนกลับมาถามเสมอว่า "ผู้ใช้จริง ๆ ต้องการอะไร?" ไม่ใช่ "เราอยากให้มันเป็นอย่างไร?"

 

วิธีการออกแบบแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

การออกแบบการบริการ (Service Design): 
การออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานบริการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการ เพื่อสร้างการบริการที่มีประสิทธิภาพ

การออกแบบประสบการณ์ Experience Design (XD) / การออกแบบปฎิสัมพันธ์ Interaction Design (IxD):
การออกแบบเน้นไปที่การโต้ตอบของผู้ใช้ รวมไปถึงจุดต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างผู้ใช้กับผลิตภัณฑ์ ระบบ หรือบริการ

การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน User Experience Design (UX or UXD):
การออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้านความรู้สึกที่ตอบสนองต่อการใช้งานผลิตภัณฑ์ หรือระบบต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้และธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์หรือสร้างเอกลักษณ์ให้กับธุรกิจ

การออกแบบปัจจัยต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน User Interface Design (UI or UID):
การออกแบบในส่วนของการนำเสนอข้อมูล ส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้ หรือส่วนที่เป็นรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เพื่อสื่อสารกับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสี ตัวอักษร และรูปร่าง

การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งานอย่างรวดเร็ว Lean UX & Agile UX:
Lean UX ช่วยเร่งกระบวนการ UX โดยให้ความสําคัญกับการส่งมอบน้อยลง และมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งานปลายทาง ในทางกลับกัน เป้าหมายหลักของ Agile UX คือการรวมนักพัฒนาและนักออกแบบในกระบวนการ Agile ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ยังคงยึดหลักการการออกแบบ UX แบบดั้งเดิม กล่าวง่าย ๆ คือ Lean UX เน้นที่การลด output และทดสอบสมมติฐานให้เร็วที่สุด ส่วน Agile UX เน้นที่การทำงานร่วมกันระหว่างทีมออกแบบและทีมพัฒนาใน sprint cycle เดียวกัน ซึ่งทั้งสองแนวทางสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ขึ้นอยู่กับขนาดและจังหวะของทีม

กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking):
การคิดเชิงออกแบบมีวิธีคิดดังนี้ การค้นหา > การออกแบบ > การสร้างต้นแบบ > ทดสอบ > ทำซ้ำ ซึ่งเน้นไปที่ผู้ใช้งานหรือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยจะต้องดูด้วยว่าผลลัพธ์ของการคิดเชิงออกแบบนั้นสามารถเป็นไปได้ทั้งในทางเทคโนโลยีและในเชิงกลยุทธ์หรือไม่ ขั้นตอน "ทำซ้ำ" ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นทุกครั้ง แต่หมายถึงการนำสิ่งที่ได้จากการทดสอบกลับมาปรับปรุงในจุดที่พบปัญหา แล้วทดสอบซ้ำจนกว่าผลลัพธ์จะสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้จริง ๆ

ความคิดเชิงระบบ (System Thinking):
การคิดเชิงระบบจะเชื่อมต่อทั้งในเชิงข้อมูลและวิธีการการทำงานให้สอดคล้องสัมพันธ์กันเพื่อทำความเข้าใจภาพรวมทั้งหมด ดังนั้นทีมออกแบบจึงจำเป็นต้องเข้าใจการทำงานของระบบทั้งหมดเพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนได้ ไม่ใช่เพียงเข้าใจขั้นตอนการทำงานขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น

 

สรุป

ในขั้นตอนของการวางแผน การคิด หรือการพูดคุยเพื่อ “ออกแบบโดยมีผู้ใช้งานหรือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เราควรเริ่มจากการออกแบบการสื่อสารให้ชัดเจนก่อน ทั้งในด้านคำศัพท์ ความหมาย และบริบท เพื่อให้เพื่อนร่วมงานไปจนถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์สามารถเข้าใจเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและตรงกัน ลดโอกาสในการตีความที่คลาดเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารต่าง ๆ ตั้งแต่เอกสารกำหนดขอบเขตการทำงาน (Terms of Reference หรือ TOR) บรีฟ ไปจนถึงการประชุมในแต่ละครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าที่เกิดจากการต้องใช้เวลาในการตีความหมายของคำศัพท์หรือแนวคิดร่วมกัน การตกลงเรื่องคำศัพท์และนิยามตั้งแต่วันแรกจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นการลงทุนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของความเข้าใจผิดตลอดทั้งโปรเจกต์

คำถามที่พบบ่อย

UX กับ UI ต่างกันอย่างไร?
UX (User Experience Design) เน้นที่การออกแบบประสบการณ์โดยรวมของผู้ใช้ ตั้งแต่ความรู้สึก ความต้องการ และเส้นทางการใช้งาน ส่วน UI (User Interface Design) เน้นที่รูปลักษณ์และองค์ประกอบที่ผู้ใช้มองเห็นและโต้ตอบโดยตรง เช่น สี ตัวอักษร และปุ่มต่าง ๆ ทั้งสองส่วนต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้ดีและดูดีไปพร้อมกัน
HCD กับ UCD เหมือนกันไหม?
โดยหลักการแล้วคล้ายกันมาก ทั้งคู่เน้นให้ผู้ใช้หรือมนุษย์เป็นศูนย์กลางของการออกแบบ แต่ HCD (Human-centered design) มีขอบเขตกว้างกว่าเล็กน้อย ครอบคลุมถึงบริบทของมนุษย์ในภาพรวม เช่น สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ส่วน UCD (User-centered design) มักใช้ในบริบทของผลิตภัณฑ์ดิจิทัลและซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ
Design Thinking เหมาะกับงานประเภทไหน?
เหมาะกับงานที่ปัญหายังไม่ชัดเจนหรือต้องการการค้นหาก่อนออกแบบ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงบริการที่มีข้อร้องเรียนจากผู้ใช้ หรืองานที่ต้องการ Insight จากผู้ใช้จริงก่อนตัดสินใจลงทุน กระบวนการนี้ใช้ได้ทั้งกับงานดิจิทัลและงาน Physical Product
ทีมควรเลือกใช้ Lean UX หรือ Agile UX?
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของทีมและเป้าหมายของโปรเจกต์ ถ้าต้องการทดสอบสมมติฐานให้เร็วและลด deliverable ที่ไม่จำเป็น Lean UX เหมาะกว่า แต่ถ้าทีมออกแบบและทีม dev ทำงานใน sprint เดียวกันและต้องการ process ที่ประสานกัน Agile UX จะเหมาะกว่า หลายทีมเลือกนำทั้งสองแนวทางมาผสมกันตามความเหมาะสม

Share

เขียนโดย
Director

เจตน์ เศรษฐฐิติ