วิธีคิด
Design
การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในขั้นตอนการออกแบบ

การใช้เทคโนโลยีในกระบวนการออกแบบ UI/UX หมายถึงการนำเครื่องมืออัตโนมัติและ AI เข้ามาช่วยในขั้นตอนที่ทำซ้ำบ่อย เช่น การสร้าง Wireframe, การจัดการสี, การทำ Prototype และการทดสอบกับผู้ใช้งาน เพื่อให้การออกแบบ UI/UX มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดข้อผิดพลาด และได้ผลลัพธ์ที่มีมาตรฐานสม่ำเสมอ
ขั้นตอนในการหาเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการทำงาน ควรจะต้องเริ่มต้นที่การตั้งคำถามก่อนว่า "ขั้นตอนการออกแบบไหนที่ทำซ้ำบ่อย ๆ ?" "ขั้นตอนการทำงานไหนที่เกิดความผิดพลาดได้ง่าย?" ไปจนถึง "ขั้นตอนการทำงานไหนที่สามารถที่จะทำให้เร็วขึ้นได้?"
การออกแบบ User Interface (UI) สามารถนำเทคโนโลยีและเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วยในขั้นตอนการออกแบบทำให้กระบวนการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเวลา และลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น การออกแบบอัตโนมัติ (Automated UI Design Processes) เป็นหนึ่งในแนวทางการทำงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกระบวนการออกแบบ UX Design สมัยใหม่
จาก Wireframe สู่ User Interface
เริ่มต้นตั้งแต่การสร้าง Wireframe ไปจนถึงการทำ User Interface ปกติเมื่อร่าง Wireframe ออกมาแล้วค่อยเพิ่มรายละเอียดต่าง ๆ การเริ่มจาก Wireframe ก่อนเสมอ จะช่วยให้ทีมออกแบบสามารถตรวจสอบโครงสร้างและ Flow ของการใช้งานได้ตั้งแต่ต้น ลดโอกาสการแก้ไขในขั้นตอน High-fidelity ที่ใช้เวลามากกว่า หากพบปัญหาในระดับ Layout หรือ Navigation ตั้งแต่ช่วง Wireframe การปรับแก้จะทำได้รวดเร็วและประหยัดต้นทุนกว่าการแก้ไขหลังจากออกแบบ Visual เสร็จแล้วอย่างมาก
การจัดการสีและรูปภาพ
การจัดการเรื่องของสีอาจใช้ Khroma ซึ่งเป็น AI สำหรับช่วยเลือกสี และสร้าง Color palette ในการออกแบบ ส่วนของการจัดการเรื่องของรูปภาพ ปัญหาที่นักออกแบบจะเจอจะมีตั้งแต่เรื่องของความละเอียดของรูปภาพ ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง Resource ที่ทางแบรนด์หรือทางลูกค้าให้มา อาจจะมีความละเอียดไม่มากพอเนื่องจากเป็นรูปที่ถ่ายนานแล้วหรือเป็นรูปที่ถูกย่อขนาด ก็จะมีเครื่องมืออย่าง Let's Enhance รวมถึง AI แบรนด์อื่น ๆ ที่ช่วยขยายความละเอียดของรูปภาพ รวมไปถึงการลดเวลาในการ Di-cut รูปภาพก็จะมีเครื่องมืออย่าง Adobe Express (Remove Background) และ RemoveBg
เครื่องมือใดบ้างที่ช่วยเร่งกระบวนการออกแบบ UI ได้จริง?
ในอีกกรณีหนึ่ง คือ ต้องการทดลองทำ High-fidelity Mockups จาก Wireframe เลยเพื่อทำการทดสอบก่อนจะออกแบบจริง ก็อาจจะใช้ Uizard สำหรับการทำ เพื่อให้ทีม UX ได้นำไปให้กลุ่มผู้ใช้งานได้ทดลองก่อน ในขณะที่ทำงานสามารถที่จะใช้เครื่องมือในการตรวจสอบสัดส่วนของการออกแบบ เช่น Design Lint ที่อยู่บน Figma
นอกจากเครื่องมือต่าง ๆ ที่มาช่วยเรื่องการทำงานเหล่านี้แล้ว ยังมี Design Systems และ Component Libraries ที่ช่วยให้นักออกแบบสามารถออกแบบได้โดยมีโครงสร้าง และกรอบข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐาน เช่น Material Design ที่พัฒนาโดย Google เน้นการออกแบบที่เรียบง่ายและสอดคล้องกันเป็นระบบ หรือ Carbon Design System ที่พัฒนาโดย IBM มีชุดของ Components และ Guidelines ที่ช่วยให้นักออกแบบและนักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง Ant Design ที่พัฒนาโดย Ant Financial ของ Alibaba และ Material-UI ที่เป็น Component Library ที่ใช้หลักการของ Material Design
ประโยชน์หลักของการใช้ Design Systems คือการลดความไม่สอดคล้องกัน (Inconsistency) ที่มักเกิดขึ้นเมื่องานออกแบบต้องผ่านหลายคนหรือหลายทีม เมื่อมีชุด Component และ Guideline ที่ชัดเจน ทีม Developer ก็สามารถรับงานต่อจากทีม Designer ได้ง่ายขึ้น ลดเวลาในขั้นตอน Handoff และลดโอกาสที่ผลลัพธ์ที่ออกมาจะแตกต่างไปจาก Design ที่วางไว้ตั้งแต่แรก
Prototyping และการเก็บ Feedback จากผู้ใช้งาน
ในส่วนของการทำต้นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ยังมีเครื่องมือต่าง ๆ เช่น ProtoPie และ Maze ซึ่งสามารถจำลองการทำงานของผลิตภัณฑ์ดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อนำไปทดสอบและเก็บความคิดเห็นจากผู้ใช้งานก่อนที่จะสร้างและพัฒนาขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์จริง
เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ทีมสามารถเก็บข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Task Completion Rate, Click Path ของผู้ใช้งาน หรือจุดที่ผู้ใช้ติดขัดในการใช้งาน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมสามารถปรับ Design ได้อย่างตรงจุดก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการพัฒนา (Development) จริง ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนและเวลาได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะการแก้ไข Design ในขั้น Prototype นั้นง่ายและเร็วกว่าการแก้ไขหลังจาก Build ขึ้นมาเป็น Product จริงแล้วอย่างมาก
สรุป
การทำความเข้าใจขั้นตอนการทำงาน และการนำเทคโนโลยีรวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วยในขั้นตอนการออกแบบ ทำให้กระบวนการออกแบบมีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ UI ที่มีคุณภาพสูง และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดจากขั้นตอนการออกแบบที่ต้องทำซ้ำ รวมถึงช่วยให้งานออกแบบมีมาตรฐานและสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายขึ้นในอนาคต หากแอปพลิเคชันมีการพัฒนาหรือขยายบริการเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
ควรเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการออกแบบ UI ตรงไหนก่อน?
Design System ช่วยทีม UX ได้อย่างไรในทางปฏิบัติ?
ทำไม Wireframe ถึงสำคัญก่อนเริ่มออกแบบ High-fidelity?
Prototype กับ Wireframe ต่างกันอย่างไร และควรใช้เมื่อไหร่?
เขียนโดย
UI/UX Designer
ภาวิณี เกิดทอง