วิธีคิด

Business

ทำไมเราถึงต้องตามข้อเสนอแนะ ข้อมูล รายละเอียด และองค์ประกอบต่าง ๆ จากลูกค้าของเรา

<p data-renderer-start-pos="267">ทำไมเราถึงต้องตามข้อเสนอแนะ ข้อมูล รายละเอียด และองค์ประกอบต่าง ๆ จากลูกค้าของเรา</p>

การบริหาร Digital Project หนึ่งในความท้าทายที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องของทักษะหรือเครื่องมือ แต่คือการรอข้อมูลจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Feedback ที่ยังไม่มา ข้อมูลที่ยังไม่ครบ หรือ Asset ที่ยังส่งไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อ Timeline ของโปรเจกต์ SUFFIX จึงให้ความสำคัญกับการตามในทุกส่วน ไม่ใช่เพื่อเร่งลูกค้า แต่เพื่อให้งานออกมาตรงตามที่วางแผนร่วมกันไว้

ทำไมเราถึงต้องตามข้อเสนอแนะ (Feedback)

เราใช้ข้อเสนอแนะในการทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อข้อเสนอแนะช้า การทำงานในขั้นตอนต่อไปก็อาจจะไม่ตรงตามเวลา ดังนั้นทีมของเราจึงพยายามตามข้อเสนอแนะเพื่อให้งานสำเร็จตามที่วางแผนเอาไว้

ความล่าช้าของ Feedback ในขั้นตอนหนึ่งไม่ได้กระทบแค่ขั้นตอนนั้น แต่จะกระทบทุกขั้นตอนที่ต่อเนื่องกันไปเป็นทอด ๆ เหมือน Domino เช่น ถ้า Feedback งานออกแบบช้าออกไป 3 วัน การเริ่ม Dev ก็จะช้าตามไปด้วย และส่งผลต่อวันส่งมอบงานในที่สุด ทีมของเราจึงตามอย่างสม่ำเสมอและแจ้ง Deadline ของแต่ละรอบ Deedback ให้ลูกค้าทราบตั้งแต่ต้น เพื่อให้ทุกฝ่ายวางแผนได้

 

ทำไมเราถึงต้องตามข้อมูล (Information)

แน่นอนที่สุดว่าการทำงานในทุก ๆ โปรเจกต์ สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถขาดได้เลยคือ "ข้อมูล" ไม่ว่าจะเป็นงานที่เป็นเรื่องของการตลาดก็ต้องประกอบไปด้วยข้อมูลที่จะใช้ในการสื่อสาร หรือกระทั่งเว็บไซต์รวมไปถึงแอปพลิเคชัน ซึ่งประกอบไปด้วยการให้ข้อมูลและการเก็บข้อมูล

ข้อมูลที่ไม่ครบในขั้นตอนแรกมักทำให้ทีมต้องทำงานบนสมมติฐานแล้วนำมาแก้ใหม่ทีหลัง ซึ่งเสียเวลากว่าการรอข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าไม่มีข้อมูล product จริงตั้งแต่ต้น งานออกแบบหน้าเว็บก็อาจต้องปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมดเมื่อข้อมูลมาทีหลัง ทีมจึงพยายามระบุให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าต้องการข้อมูลอะไรบ้าง และตามให้ครบก่อนเริ่มขั้นตอนนั้น

 

ทำไมเราถึงต้องตามองค์ประกอบต่าง ๆ (Resources)

ในบางโปรเจกต์มักจะมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้ข้อมูลเลย คือองค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ยกตัวอย่างเช่น การทำโปรเจกต์เว็บไซต์ นอกจากข้อมูลเบื้องต้นว่าต้องการจะทำเว็บไซต์อะไร ทำไปเพื่ออะไรแล้ว ยังมีเรื่ององค์ประกอบ เช่น โฮสติ้ง หรือลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่แบรนด์หรือบริษัทใช้ ในกรณีของงานทางการตลาดโปรเจกต์ที่เราทำงานกับโรงพยาบาล ก็จะต้องมีองค์ประกอบ เช่น กฎของการโฆษณาทางการแพทย์ รวมถึงเงื่อนไขการโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ เช่นกัน

Resources เหล่านี้มักเป็นสิ่งที่ลูกค้าลืมเตรียมหรือไม่ทราบว่าต้องเตรียม ทีมของเราจึงระบุรายการ Resources ที่ต้องใช้ไว้ใน Deliverable Checklist ตั้งแต่วันเปิดโปรเจกต์ เพื่อให้ลูกค้าเตรียมได้ทันและไม่เกิดการสะดุดกลางโปรเจกต์

 

ทำไมเราถึงต้องตามส่วนประกอบต่าง ๆ (Material)

ส่วนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยคือส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น อัตลักษณ์องค์กร (Corporate Identity) ซึ่งประกอบด้วย โลโก้ ตัวอักษร สี ไปจนถึงรูปภาพที่อาจจะเป็นรูปภาพที่ทางบริษัทหรือแบรนด์ถ่ายเอาไว้ ซื้อลิขสิทธิ์รูปภาพเอาไว้ หรือกระทั่งแบบสามมิติ (ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทและแบรนด์อสังหาฯ และเฟอร์นิเจอร์) เพราะส่วนประกอบนั้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้งานที่ออกมานั้นสะท้อนความเป็นตัวตนของลูกค้าออกมาได้อย่างชัดเจนและสร้างภาพจำให้แก่ลูกค้าได้มากที่สุด

 

สรุป

การตามในทั้ง 4 ส่วนล้วนมีความสำคัญทั้งหมดเพื่อให้งานออกมาตามที่วางแผนและตรงเวลา ในมุมของทีมงาน การตามไม่ใช่การเร่งหรือกดดัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Project Management ที่ดี เพราะทุกครั้งที่ข้อมูลหรือ Asset ถึงมือทีมครบและตรงเวลา โอกาสที่งานจะออกมาตรงคุณภาพและส่งมอบได้ตาม Timeline ก็สูงขึ้นตามไปด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ควรตาม Feedback จากลูกค้าบ่อยแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับ Deadline ของแต่ละขั้นตอน แต่แนวทางทั่วไปคือแจ้ง Deadline ของรอบ Feedback ให้ลูกค้าทราบตั้งแต่ต้น และตามเมื่อใกล้ถึง Deadline 1–2 วัน หากยังไม่ได้รับ Feedback ควรตามซ้ำและแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าความล่าช้าจะกระทบ Timeline ของขั้นตอนต่อไปอย่างไร
ข้อมูลอะไรบ้างที่ควรขอจากลูกค้าตั้งแต่วันแรก?
ควรขอทุกสิ่งที่เป็น Prerequisite ของงานในขั้นตอนแรก เช่น Brand Guidelines, ข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือบริการ, กลุ่มเป้าหมาย, เป้าหมายของโปรเจกต์ และตัวอย่างงานที่ชอบหรือไม่ชอบ การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยลดการกลับมาถามซ้ำและลด Revision ที่ไม่จำเป็น
จะป้องกัน Resource Delay ได้อย่างไร?
วิธีที่ได้ผลที่สุดคือระบุ ฑesources ทั้งหมดที่ต้องใช้ใน Deliverable Checklist ตั้งแต่วันเปิดโปรเจกต์ พร้อมระบุว่าแต่ละ Resource ต้องได้รับภายในวันไหนเพื่อไม่ให้กระทบ Milestone การแจ้งล่วงหน้าให้ลูกค้าทราบว่าต้องเตรียมอะไรบ้างและเมื่อไหร่จะช่วยลด Delay ได้มากที่สุด
Corporate Identity ที่ดีควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?
อย่างน้อยควรมี โลโก้ในทุก Format (AI, PNG, SVG), Color Palette พร้อม Color Code (HEX, RGB, CMYK), Typography Guideline ระบุ Font Family และ Weight, และ Brand Guideline สำหรับการใช้งานบนสื่อต่าง ๆ ถ้ามีรูปภาพ Brand Photography หรือ 3D Assets ให้แนบมาพร้อมกับข้อมูลลิขสิทธิ์ด้วย

Share

เขียนโดย
Account Executive

ศุภสุตา เนตรรังษี