วิธีคิด

Business

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่าง นักออกแบบ นักพัฒนา และลูกค้า

<p>การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่าง นักออกแบบ นักพัฒนา และลูกค้า</p>

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน คือการเข้าใจว่ากำลังสื่อสารกับใคร เลือกใช้คำและวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทของผู้รับสาร และกำหนดวัตถุประสงค์ของการสื่อสารให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ผู้ประสานงานที่เข้าใจหลักการนี้จะสามารถลดความเข้าใจผิดระหว่างทีม รักษาผลประโยชน์ของลูกค้า และช่วยให้โปรเจกต์ดำเนินไปในทิศทางที่ต้องการ

ลักษณะงานของผู้ประสานงานโปรเจกต์จำเป็นต้องสื่อสารกับผู้คนหลากหลายกลุ่มอยู่เสมอ ทั้งลูกค้าและทีมงานภายในองค์กร ซึ่งอาจประกอบด้วยทีมปฏิบัติการ (Operation) ทีมบริหาร (Management) และทีมทำงาน (Working Team) ที่เชี่ยวชาญในสายงานต่าง ๆ เช่น UI/UX Designer, Front-end Developer และ Back-end Developer แต่ละกลุ่มมีมุมมอง ความต้องการ และระดับรายละเอียดของข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนั้น การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่เพียงการส่งข้อมูลให้ครบถ้วน แต่รวมถึงการเลือกวิธีสื่อสารให้เหมาะสมกับผู้รับสารและสถานการณ์ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

 

ทำไมเราไม่สามารถสื่อสารแบบเดียวกับทุกคนได้?

เราทุกคนมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ต่างกัน การรับรู้และความเข้าใจก็ย่อมแตกต่างกัน ในฐานะผู้ประสานงานควรรับรู้ถึงข้อเท็จจริงนี้ แต่ในเมื่อเราต้องการสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน เกิดผลลัพธ์ที่เป็นภาพเดียวกัน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงสำคัญมากในการทำงาน

การสื่อสารแบบเดียวกับทุกคนยังอาจสร้างปัญหาในทางตรงข้ามได้ด้วย เช่น การใช้ศัพท์เทคนิคกับลูกค้าที่ไม่คุ้นเคยอาจทำให้เกิดความสับสนและความไม่มั่นใจ ในขณะที่การอธิบายสิ่งที่ทีมงานรู้อยู่แล้วยาวเกินไปก็อาจทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น การปรับวิธีการสื่อสารให้เหมาะกับแต่ละคนจึงไม่ใช่แค่ความสุภาพ แต่คือประสิทธิภาพของงาน

 

ใครคือคนที่เราจะสื่อสารด้วย?

ก่อนจะเลือกวิธีการสื่อสาร รูปแบบการนำเสนอ หรือคำศัพท์ที่ใช้ในการพูดคุย เราควรทำความเข้าใจผู้รับสารก่อนว่าเป็นใคร มีพื้นฐานความรู้ระดับใด และคุ้นเคยกับการรับข้อมูลในรูปแบบไหน เพราะปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความชัดเจนและประสิทธิภาพของการสื่อสาร

หากผู้รับสารเป็นทีมพัฒนา (Developer) แต่ละคนมักมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและคุ้นเคยกับศัพท์เทคนิคที่ใช้ในการทำงาน การเลือกใช้คำศัพท์ที่ตรงกับบริบททางเทคนิคจะช่วยให้ทีมเข้าใจความต้องการได้รวดเร็วและลดความคลาดเคลื่อนในการทำงาน นอกจากนี้ ทีมพัฒนาส่วนใหญ่มักถนัดการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเอง การสื่อสารผ่านเอกสารหรือข้อความที่มีรายละเอียดครบถ้วนจึงมักเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ

ในขณะที่ทีม Designer มักต้องการเข้าใจเป้าหมาย แนวคิด และบริบทของงานก่อนเริ่มออกแบบ การพูดคุยหรือประชุมร่วมกันจึงช่วยให้เห็นภาพของงานได้ชัดเจนมากขึ้น และเปิดโอกาสให้มีการซักถามหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม แต่ละคนย่อมมีรูปแบบการทำงานและความถนัดที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีการสื่อสารจึงควรปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วย

ในขณะเดียวกัน หากผู้รับสารเป็นลูกค้า การใช้ภาษาที่สุภาพ กระชับ และเข้าใจง่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรคำนึงถึงพื้นฐานความรู้และประสบการณ์ของลูกค้าเป็นหลัก หากมีความจำเป็นต้องกล่าวถึงศัพท์เทคนิค ควรอธิบายความหมายเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น วิธีการนี้ไม่เพียงช่วยลดความสับสน แต่ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงาน และสามารถตัดสินใจบนข้อมูลที่เข้าใจได้อย่างแท้จริง

 

เมื่อเกิดปัญหาในโปรเจกต์ ควรสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร?

ในโปรเจกต์การทำเว็บไซต์ระหว่างทางอาจมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ผู้ประสานงานจะต้องเป็นคนที่เข้าใจถึงปัญหาและพูดคุยกับทีมเพื่อหาข้อสรุป โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้กระทบส่วนอื่น ๆ น้อยที่สุด แต่ก็ยังต้องรักษาผลประโยชน์ของลูกค้า กระบวนการที่ได้ผลคือการพิจารณาปัญหาก่อนว่าทำไมถึงเกิด รวบรวมวิธีแก้ไข (Solution) จากทีม แล้วจึงนำไปเสนอให้ลูกค้าพิจารณา

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าต้องการให้หน้าเว็บไซต์มีเนื้อหาจำนวนมาก มี Effect และ Transition หลายรูปแบบ รวมถึงสามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างอิสระจากหลังบ้าน แม้ความต้องการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน แต่ในบางกรณีก็อาจส่งผลต่อความเร็วในการแสดงผล ความซับซ้อนของระบบ และระยะเวลาในการพัฒนาได้เช่นกัน

ในสถานการณ์ลักษณะนี้ การสื่อสารกับลูกค้าควรเริ่มจากการอธิบายผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานและเป้าหมายของเว็บไซต์ก่อน เช่น ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ หรือความชัดเจนในการนำเสนอเนื้อหา จากนั้นจึงนำเสนอทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ใกล้เคียงกับความต้องการเดิม เช่น การเลือกใช้ Effect เฉพาะจุดที่สำคัญ หรือยกตัวอย่างจากเว็บไซต์ของแบรนด์ที่มีแนวทางใกล้เคียงกันเพื่อประกอบการตัดสินใจ

การสื่อสารในลักษณะนี้ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังข้อเสนอแนะต่าง ๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันทีมงานก็สามารถบริหารเวลาและทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม โดยยังคงมุ่งเน้นไปที่ส่วนที่สร้างคุณค่าและผลลัพธ์ต่อผู้ใช้งานได้มากที่สุด

 

สรุป

จะเห็นได้ว่าการสื่อสารในการทำงานมีหลากหลายรูปแบบ และไม่มีวิธีใดที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์เสมอไป การเลือกใช้วิธีการสื่อสารเพียงรูปแบบเดียวอาจไม่สามารถตอบโจทย์หรือสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ดังนั้นก่อนการสื่อสารทุกครั้ง ควรพิจารณาว่าผู้รับสารคือใคร มีบริบทและความต้องการอย่างไร รวมถึงกำหนดวัตถุประสงค์ของการสื่อสารให้ชัดเจน เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงช่วยให้ข้อมูลถูกส่งต่ออย่างถูกต้องและครบถ้วน แต่ยังช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนภายในทีม และทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ประสานงานโปรเจกต์ควรสื่อสารกับ Developer และ Designer แตกต่างกันอย่างไร?
Developer มักถนัดรับข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรที่ครบถ้วนและใช้ศัพท์เทคนิคตรง ๆ ส่วน Designer มักต้องการพูดคุยก่อนเพื่อให้เห็นภาพจุดประสงค์ของงานก่อนลงมือ การรู้ความถนัดของแต่ละคนช่วยให้ผู้ประสานงานเลือกวิธีและช่องทางสื่อสารได้ถูกต้อง ลดรอบการแก้ไขและประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย
เมื่อลูกค้าต้องการสิ่งที่ส่งผลเสียต่อเทคนิค ควรจัดการอย่างไร?
เริ่มจากอธิบายผลกระทบที่มีต่อ User ก่อน เช่น เว็บโหลดช้าลงกระทบต่อประสบการณ์ผู้ใช้อย่างไร จากนั้นเสนอทางเลือกที่ยังรักษาความต้องการหลักของลูกค้าได้ พร้อมอ้างอิงจากเว็บไซต์แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ วิธีนี้ทำให้ลูกค้าเข้าใจและพึงพอใจโดยไม่รู้สึกว่าถูกปฏิเสธ
ทำไมการเลือกใช้ศัพท์เทคนิคกับลูกค้าถึงไม่ควรทำ?
เพราะลูกค้ามักไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านเทคนิคเหมือนทีมงาน การใช้ศัพท์เทคนิคโดยไม่อธิบายทำให้ลูกค้ารู้สึกสับสน ไม่มั่นใจ หรือรู้สึกแปลกแยกจากกระบวนการ การอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายช่วยสร้างความไว้วางใจและทำให้การตัดสินใจร่วมกันเป็นไปได้จริง
วิธีตรวจสอบว่าการสื่อสารครั้งนั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่?
สังเกตว่าทุกฝ่ายเห็นภาพผลลัพธ์เดียวกันหรือไม่ หากหลังการประชุมหรือส่งข้อมูลแล้วยังมีคำถามซ้ำ ๆ เกิดขึ้น แสดงว่าการสื่อสารยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ตรงกับวิธีที่คนนั้นรับสาร การสรุปเนื้อหาและขอให้อีกฝ่าย Confirm ก่อนดำเนินงานต่อเป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหานี้ได้ดีที่สุด

Share

เขียนโดย
Account Executive

ณธีพัฒน์ สุริยฉัตรสิริ