วิธีคิด

Business

ทำไม Checklist ถึงมีความจำเป็นในการทำงาน

<p>ทำไม Checklist ถึงมีความจำเป็นในการทำงาน</p>

Checklist คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการวางแผนงานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ที่ต้องอาศัย การทำ Checklist ในทีมที่รัดกุม การมีเช็กลิสต์ช่วยให้ทีมรู้ชัดว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และสามารถตรวจสอบความครบถ้วนของแต่ละขั้นตอนได้โดยไม่ต้องพึ่งความจำของใครเพียงคนเดียว

ในโปรเจกต์ที่ใหญ่และมีความซับซ้อนอย่างเว็บไซต์ เราจะรู้ได้อย่างไรว่างานในแต่ละขั้นตอนถูกต้องครบถ้วนและพร้อมดำเนินการไปยังขั้นตอนถัดไป เราใช้อะไรในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่มีอยู่ในหลาย ๆ ที่ก่อนจะส่งมอบให้กับลูกค้า ที่ SUFFIX เราเชื่อว่าการมีเช็กลิสต์ (Checklist) จะช่วยให้การทำงานมีระบบและมีเป้าหมายมากขึ้น เพราะในแต่ละวันแทนที่เราจะต้องมานั่งคิดว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง Checklist จะบอกเราเองว่าเราจะต้องทำอะไร โดยเราจะใช้ Checklist ในการทำงานอยู่ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Daily Checklist, Project Checklist และ Deliverable Checklist

 

Daily Checklist

หลายบริษัทอาจจะมีระบบการเข้างานที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่ SUFFIX เราใช้เช็กลิสต์ในการแจ้งเข้า-ออกงานในทุก ๆ วัน เพื่อเป็นการแจ้งคนในทีมและบอกตัวเราเองว่าวันนี้เราจะทำอะไรบ้าง ซึ่งก็จะระบุว่ามีโปรเจกต์ (Project) อะไรบ้างที่เราจะทำวันนี้ และเราจะทำอะไร (Task) ในโปรเจกต์นั้น ๆ

วิธีนี้นอกจากจะเป็นการรายงานคนในทีมหรือหัวหน้างานให้ทราบแล้ว ยังช่วยให้เรามีจุดมุ่งหมายในแต่ละวันด้วย เพราะเมื่อจบวันแล้วเราจะรู้ทันทีว่าแต่ละงานที่เราจะทำในวันนี้เสร็จไปกี่งาน (Achieved) ยังไม่เสร็จกี่งาน (Pending) หรือถ้ามีปัญหาและยังไม่เสร็จ (Unresolved) มีกี่งาน เพื่อที่ทุกคนในทีมจะสามารถรับรู้ได้โดยทั่วกัน

 

Project Checklist คืออะไร และช่วยการทำงานได้อย่างไร?

ในการวางแผนโปรเจกต์ ลองนึกถึงโปรเจกต์สักหนึ่งโปรเจกต์ จากต้นทางไปถึงปลายทางประกอบไปด้วยงานอะไรบ้าง ถ้าให้ลิสต์ทั้งหมดในหนึ่งวันก็อาจไม่สามารถครอบคลุมทุกอย่างได้ เพราะโปรเจกต์แต่ละงานก็จะมีรายละเอียดหรือความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป

ตัวอย่างเช่น โปรเจกต์เว็บไซต์ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจะมีการรวบรวมบรีฟ ทำใบเสนอราคา ร่างโครงสร้างเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ แก้ไขฟีดแบค เขียนโค้ด ออกแบบโครงสร้างหลังบ้าน และทดสอบการใช้งานระบบ ไปจนถึงวันส่งมอบงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาพใหญ่ของโปรเจกต์เดียวเพียงเท่านั้น และถ้าเปลี่ยนเป็นโปรเจกต์ประเภทอื่น เช่น งาน campaign หรืองาน content ขั้นตอนก็จะเปลี่ยนไปตามนั้น ทั้งเรื่อง approval flow, asset ที่ต้องเตรียม และ timeline ที่ต้องประสานกับหลายฝ่าย แต่ละโปรเจกต์จึงต้องการ Checklist ของตัวเองที่ออกแบบมาให้เข้ากับลักษณะงานนั้น ๆ

เราจึงต้องมีเช็กลิสต์เพื่อแตกย่อยรายละเอียดออกมาว่าในแต่ละไมล์สโตน (Milestone) มีงานอะไรบ้าง ซึ่งถ้าหากไม่มีเช็กลิสต์เราก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราอยู่ตรงไหนของโปรเจกต์ แล้วเราต้องทำอะไรต่อ ดังนั้นเช็กลิสต์จึงเป็นประโยชน์อย่างมากและช่วยให้เราวางแผนและรับมือปัญหาได้ตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ผู้ดูแลโปรเจกต์ยังสามารถใช้เช็กลิสต์นี้ในการติดตามโปรเจกต์ได้โดยที่ไม่ต้องมาคอยถามคนในทีม แค่คอยให้ทีมอัปเดตก็เพียงพอ ส่วนทีมก็จะได้มีเวลาไปโฟกัสงานของตัวเอง

 

Deliverable Checklist

ในเช็กลิสต์นี้จะคล้ายกับ Project Checklist แต่เราสามารถคาดการณ์ได้ตั้งแต่ตอนเปิดโปรเจกต์ ตัวอย่างเช่น โปรเจกต์เว็บไซต์จะมีข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อมูลโดเมนและโฮสติ้ง, Google Analytics, Favicon, ข้อมูลเมต้า และอื่น ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อมูลจำเป็นสำหรับเว็บไซต์

หากไม่มีโดเมนหรือโฮสติ้ง เว็บก็ไม่สามารถเปิดได้ หรือถ้าลูกค้ามีอยู่แล้ว เราก็ควรขอข้อมูลเพื่อให้ทางทีมพัฒนาวางแผนการทำงานได้ถูก ส่วน Google Analytics ก็ต้องมีการขอโค้ดจากทีมลูกค้ามาเพื่อฝังและใช้งาน และตัวอย่างสุดท้ายที่หลาย ๆ เว็บไซต์อาจจะพลาดไปคือข้อมูลเมต้า หน้าเว็บ 404 หรือ Favicon อาจจะดูเป็นข้อมูลเล็ก ๆ แต่ถ้าเว็บไซต์ไหนที่ไม่มีก็จะดูเป็นเว็บไซต์ที่ดูไม่เป็นทางการ ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์

การมี Deliverable Checklist ที่ชัดเจนตั้งแต่วันเปิดโปรเจกต์ยังช่วยลดการตามข้อมูลซ้ำซ้อนจากลูกค้าได้ด้วย เพราะเรารู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าต้องขออะไรบ้าง ทั้งทีมจึงวางแผนและประสานงานได้ตรงจุดมากขึ้น และถ้าหากไม่มีเช็กลิสต์ในส่วนนี้เราก็อาจจะพลาดไปได้

 

สรุป

จะเห็นได้ว่า 3 ข้อดังกล่าวเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเช็กลิสต์ ซึ่งทำให้เรารู้ว่าเครื่องมือที่ธรรมดาแบบนี้ก็มีส่วนช่วยในการทำงานที่เป็นระบบเป็นอย่างมาก หากเราไม่มีการวางแผนและไม่รู้ว่าต้องทำอะไรก่อนและหลัง แผนที่เราวางไว้ก็อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง หรืออาจจะเสร็จล่าช้ากว่ากำหนดจนเกิดเป็นผลกระทบที่ประเมินเป็นมูลค่าได้ ในท้ายที่สุดการใช้ Checklist อย่างสม่ำเสมอไม่ได้แค่ช่วยจัดการงาน แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงานที่ทำให้ทีมเชื่อถือกันได้และเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย

Checklist ต่างจาก To-do List อย่างไร?
To-do List คือการบันทึกสิ่งที่ต้องทำแบบหลวม ๆ ในขณะที่ Checklist มีโครงสร้างที่ชัดเจนกว่า ทั้งในแง่ของลำดับขั้นตอน เงื่อนไขการผ่าน และผู้รับผิดชอบ ทำให้ Checklist เหมาะกับงานที่มีหลายคนเกี่ยวข้องและต้องการความสม่ำเสมอในทุกโปรเจกต์
Project Checklist ควรสร้างตอนไหน?
ควรสร้างตั้งแต่ก่อนเริ่มโปรเจกต์ โดยดึงมาจากบรีฟและขอบเขตงานที่ตกลงกับลูกค้า เพื่อให้ทีมมองเห็นภาพรวมและสามารถระบุ dependency หรืองานที่ต้องทำคู่ขนานได้ตั้งแต่ต้น ป้องกันการสะดุดกลางทางเมื่อถึงไมล์สโตนสำคัญ
Deliverable Checklist ต้องมีอะไรบ้างสำหรับโปรเจกต์เว็บไซต์?
ขั้นต่ำควรมีข้อมูลโดเมนและโฮสติ้ง, การตั้งค่า Google Analytics, Favicon, ข้อมูลเมต้าของแต่ละหน้า และหน้า 404 สำหรับโปรเจกต์ที่ซับซ้อนกว่านั้นอาจรวมถึง SSL certificate, sitemap, robots.txt และการทดสอบ Performance ก่อน Launch
ทีมเล็กที่มีคนไม่กี่คนจำเป็นต้องใช้ Checklist ไหม?
จำเป็น เพราะยิ่งทีมเล็กยิ่งต้องการ Checklist มากกว่าทีมใหญ่ในบางแง่ เนื่องจากแต่ละคนมักรับผิดชอบหลายบทบาทพร้อมกัน Checklist ช่วยให้ไม่มีรายละเอียดตกหล่นเมื่อต้องสลับโหมดระหว่างงานหลายประเภทในวันเดียว

Share

เขียนโดย
Account Executive

ณธีพัฒน์ สุริยฉัตรสิริ