วิธีคิด
Marketing
Long-form Content สำคัญอย่างไรกับธุรกิจของคุณ

การทำ Content Marketing ที่ได้ผลในระยะยาวไม่ได้หยุดอยู่แค่การโพสต์ Short-form บน Social Media แบรนด์ในไทยหลายเจ้าทุ่มงบไปกับ Content ที่มีอายุสั้น แต่ขาด Asset ที่สร้าง Traffic และความน่าเชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง Long-form Content คือหนึ่งในเครื่องมือที่เติมช่องว่างนั้น และในบทความนี้เราจะอธิบายว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับธุรกิจแบบไหนมากที่สุด
ในการทำการตลาดหากแบรนด์หรือธุรกิจต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายด้วยวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เนื้อหาหรือคอนเทนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำการตลาด โดยหลายคนอาจจะเคยได้ยินวลีที่ว่า "Content is King" กันบ่อยครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญในการทำการตลาด แต่คอนเทนต์รูปแบบไหนที่มีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่ดี วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับพลังและความสำคัญของ Long-form Content พร้อมกับคำตอบว่าเครื่องมือทางการตลาดนี้เหมาะกับธุรกิจประเภทไหนมากที่สุด
Long-form Content คืออะไร?
ถ้าให้นิยามแบบสั้น ๆ Long-form Content คือเนื้อหาที่มีความยาว และมีการนำเสนอข้อมูลจำนวนมากหรือข้อมูลเชิงลึก เพื่อช่วยให้ผู้รับสารหรือผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้น โดยความยาวของเนื้อหามักอยู่ที่ประมาณ 700–2,000 คำขึ้นไป แต่จากประสบการณ์ของ SUFFIX พบว่าเนื้อหาในรูปแบบบทความที่มักสร้างผลลัพธ์ได้ดี จะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 800–1,200 คำขึ้นไป (เหมือนบทความนี้ที่คุณอ่านอยู่) ถึงแม้ว่า Long-form Content จะไม่ได้หมายถึงบทความเพียงอย่างเดียว แต่เราอยากโฟกัสไปที่การสร้างสรรค์เนื้อหาในรูปแบบตัวอักษรเพื่อให้เข้าใจง่าย เพราะสมมติหากคุณอยากจะสร้างเนื้อหาวิดีโอในรูปแบบ Long-form ที่เป็นการอธิบายเชิงแนะนำหรือ Tutorial ก็ต้องเริ่มจากการเขียนเนื้อหาหรือสคริปต์ในรูปแบบตัวอักษรก่อนนำไปผลิตเป็นเนื้อหารูปแบบวิดีโอ
Long-form vs Short-form Content ต่างกันอย่างไร?
อาจเปรียบเทียบง่าย ๆ ว่า Long-form Content คือการทานอาหารมื้อหลัก ส่วน Short-form Content คือการทานขนมหรือของว่าง ซึ่งหากวัดกันที่ความยาวของเนื้อหา Short-form Content จะอยู่ที่ 400–600 คำ โดยส่วนมากจะมาพร้อมกับข้อความเพียงประเด็นเดียวและสามารถอ่านคร่าว ๆ ได้ ซึ่งเนื้อหามักจะอยู่ในรูปแบบของ Infographic ข่าว หรือคอนเทนต์บน Social Media ต่าง ๆ
โดยทั้ง Short-form และ Long-form Content จะให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการสร้างสรรค์เนื้อหาที่สอดคล้องกับรูปแบบนั้น ๆ หรือช่องทางในการนำเสนอเนื้อหา แต่ Long-form Content จะมีประสิทธิภาพดีกว่าในด้านเหล่านี้
เว็บไซต์ของคุณจะหาเจอง่ายเพราะ Search Engines ถูกใจ Long-form Content
ข้อดีของ Long-form Content คือมีผลสำคัญต่อการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพราะจำนวนของคำในบทความจะส่งผลให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับการค้นหา หรือ SERPs (Search Engine Results) ได้ง่ายขึ้น เพราะ Search Engines เช่น Google จะให้ความสำคัญกับบริบทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเป็นต้นฉบับ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมต่อกลับมายังเว็บไซต์ของเรา (Backlinks) ที่อาจหมายความว่าเนื้อหานั้นมีประโยชน์ การเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาอื่น ๆ บนเว็บไซต์ของเรา ซึ่งก็คือการมีโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดี การใช้ Keywords ที่สอดคล้องกับเนื้อหาของบทความ และการประเมินระยะเวลาที่ผู้เข้ามาอ่านเว็บไซต์ในหน้านั้น ถ้าใช้เวลาอ่านนานอาจหมายความว่าเนื้อหานั้นดี โดยทั้งหมดนี้เป็นบริบทที่ Search Engines ใช้เป็นจุดวัดคุณภาพของเว็บไซต์
ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าในอุตสาหกรรมแฟชั่นต้องการให้ผู้ที่ค้นหาสินค้าประเภทเสื้อยืดสามารถเจอเว็บไซต์ของแบรนด์ (E-commerce Website) ได้บน Search Engines ในกรณีนี้ เราจึงแนะนำให้สร้างบล็อกบนเว็บไซต์ และผลิต Long-form Content โดยใช้ Keywords จากคำว่า “เสื้อยืด” รวมถึงคำใกล้เคียงที่มีปริมาณการค้นหาค่อนข้างสูง มีการวางกลยุทธ์โดยใช้หัวข้อที่เชื่อมโยงกับเรื่องของแฟชัน ไอเดียสไตล์การแต่งตัว และเคล็ดลับการดูแลรักษาเสื้อผ้า รวมถึงมี Call-to-action ให้สามารถสั่งซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องได้ทันทีในส่วนท้ายของบทความ ซึ่งผลลัพธ์ในแง่ของสถิติการเข้าชมเว็บไซต์และอันดับการค้นหาบน Search Engines ออกมาค่อนข้างดี
Long-form Content ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้อย่างไร?
Long-form Content จะช่วยให้แบรนด์หรือธุรกิจของคุณมีความเป็นมืออาชีพและดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจและข้อมูลเชิงลึกโดยเฉพาะการนำเสนอหัวข้อที่แสดงความเป็นผู้นำทางความคิด (Thought Leadership) จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้นและอาจเปลี่ยนให้กลุ่มคนเหล่านั้นมาสนใจและติดตามแบรนด์หรือธุรกิจของคุณได้
เนื้อหาประเภท Thought Leadership ที่ได้ผลดี ได้แก่ case study ที่มีตัวเลขจริง, in-depth guide ที่ครอบคลุมกว่าที่ใดในอุตสาหกรรม, หรือบทวิเคราะห์ trend ที่แสดงให้เห็นว่าแบรนด์มีมุมมองและความเชี่ยวชาญที่ลึกกว่าคู่แข่ง เนื้อหาเหล่านี้ไม่เพียงดึงดูด organic traffic แต่ยังเป็นสิ่งที่ลูกค้า B2B มักส่งต่อให้กันก่อนตัดสินใจเลือก partner
Long-form Content ทำให้เนื้อหาสร้างประโยชน์เหนือกาลเวลา
"ไม่ใช่แค่ Long-form แต่ต้องเป็น Content ที่มีคุณภาพ"
แน่นอนว่าความยาวของเนื้อหามีผลแต่ต้องมีคุณภาพด้วย โดยต้องนำเสนอข้อมูลที่มีประโยชน์ มีความถูกต้อง ซึ่งการสร้างสรรค์เนื้อหาในรูปแบบยาวที่มีคุณภาพจะทำให้บทความนั้น ๆ อยู่ได้นานไม่ว่าจะเผยแพร่ตอนไหน ยิ่งถ้าอยู่บนแพลตฟอร์มที่รองรับ Search Engines เช่น เว็บไซต์ ยิ่งทำให้เนื้อหานั้นสร้างประโยชน์ได้ยาวนานกว่า เทียบกับเนื้อหาบน Social Media ที่มีอายุค่อนข้างสั้นและจมหายไปอย่างรวดเร็วด้วยเนื้อหาใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในแต่ละวัน
ข้อเสียของ Long-form Content
พูดถึงข้อดีกันมาพอสมควรแล้ว ลองมาดูข้อเสียของ Long-form Content กันดูบ้าง โดยข้อเสียหลัก ๆ เลยก็คือใช้เวลานานและเห็นผลช้า เพราะต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากขึ้นในการสร้างสรรค์ Long-form Content ไม่ว่าจะเป็นการ Research การวางกลยุทธ์ การสร้างวัตถุดิบต่าง ๆ และการวัดผล
ในอีกกรณีอาจส่งผลในเรื่องของอัตรา Conversion ในกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มที่รู้สึกว่าข้อมูลใน Long-form Content ไม่ตรงกับความเข้าใจเดิมที่มีต่อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ทำให้ไม่อยากทดลองใช้หรือเลิกสนใจไป วิธีที่ช่วยลดปัญหานี้ได้คือการวาง CTA ในหลายจุดของบทความ ไม่ใช่แค่ตอนท้าย รวมถึงการแบ่ง content structure ด้วย H2/H3 ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่ได้อ่านทั้งหมดยังเข้าใจ key message ได้
อย่างไรก็ตามหากมีการวางแผนและวางกลยุทธ์ที่แข็งแรง มีความสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ Long-form Content จะถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ที่ดีแน่นอน
Long-form Content เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน?
จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า Long-form Content เปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือสำหรับการทำการตลาดด้วยเนื้อหา (Content Marketing) ซึ่งมีความสำคัญกับธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้ แต่ก็อาจกล่าวได้ว่า Long-form Content นั้นค่อนข้างเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการทำการตลาดแบบดึงดูดหรือ Inbound Marketing ที่เน้นให้กลุ่มเป้าหมายค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ซึ่งหากธุรกิจของคุณเป็นรูปแบบ B2B (Business to Business) ที่ต้องใช้ทั้งเวลาและเหตุผลในการตัดสินใจ การนำเสนอ Long-form Content จะสามารถช่วยในเรื่องความสัมพันธ์กับลูกค้าและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้ดี
แต่จากประสบการณ์ของเราในบางกรณีธุรกิจประเภท B2C (Business to Customer) ก็มีผลลัพธ์ที่ดีได้จากการทำ Long-form Content หากมีการวางแผนและการวางกลยุทธ์ที่ดีและสอดคล้องกับ Customer Journey ที่ถูกช่วงเวลา เช่น ธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและไม่สามารถตัดสินใจได้ทันที ต้องมีการเยี่ยมชมโครงการหรือเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียกับที่อื่น ๆ การทำ Long-form Content อาจเป็นบทวิเคราะห์โครงการหรือให้ความรู้ด้านการเงินเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ ก็อาจช่วยเปลี่ยนจากผู้ที่สนใจให้กลายเป็นลูกค้าได้
สรุป
ธุรกิจที่กำลังมองหากลยุทธ์เพื่อทำการตลาดด้วยวิธีที่ต่างออกไปอาจจะต้องให้ความสำคัญกับ Long-form Content เพราะธุรกิจของคุณอาจกำลังต้องการเครื่องมือทางการตลาดรูปแบบนี้อยู่ก็ได้ ในท้ายที่สุด Long-form Content ไม่ใช่แค่บทความ แต่เป็นการสร้าง asset ให้กับธุรกิจ ทุกบทความที่ดีที่เผยแพร่บนเว็บไซต์คือสินทรัพย์ที่ทำงานให้คุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
Long-form Content ควรยาวแค่ไหนถึงจะได้ผลดีที่สุด?
เริ่มต้นการทำ Content Marketing ด้วย Long-form อย่างไร?
Long-form Content กับ SEO เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ควรอัปเดต Long-form Content เก่าบ่อยแค่ไหน?
เขียนโดย
Digital Marketer
จารุพงศ์ จาระณะ